ปีบ (แห้ง)



สรุปลักษณะและข้อมูลพรรณไม้
ชื่อพันธุ์ไม้  ปีบ     รหัสพรรณไม้  7-36000-006-030/4

        ไม้ต้น  ทรงพุ่มทรงกระบอก  สูง  16  เมตร กว้าง  6  เมตร เป็นพืชบก ลำต้นเหนือดินตั้งตรงได้เอง  เปลือกลำต้นอ่อนสีน้ำตาล  ต้นแก่สีน้ำตาลเข้ม  แตกเป็นเส้น  ไม่มียาง  ใบประกอบแบบขนนกสามชั้น ใบอ่อนสีเขียว  ใบแก่สีเขียวเข้ม  แผ่นใบกว้าง  กว้าง 13-20 ซนติเมตร ยาว 16-26 ซนติเมตร มีใบย่อย 4-6 คู่  กว้าง 2 – 3  เซนติเมตร  ยาว 4-7 เซนติเมตร  เรียงตัวบนกิ่งแบบเรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปไข่  ปลายใบมน โคนใบมน  ขอบใบเป็นคลื่น  ดอกช่อกระจุกแยกแขนง   ออกดอกตามปลายกิ่ง   กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมติดกัน ปลายแยก  5  แฉก สีเขียว  กลีบดอกโคนเชื่อมติดกันปลายแยก  5  แฉก สีขาว  เป็นรูประฆัง  เกสรเพศผู้มี 4 อัน สีขาวนวล  ยาว 2 อัน สั้น 2 อัน เกสรเพศเมีย 1 อัน สีขาวนวล  รังไข่เหนือวงกลีบ  ดอกมีกลิ่นหอม  ผลเดี่ยว  ผลแห้งแก่แล้วแตกแบบฝักถั่ว  ผลอ่อนสีเขียว  ผลแก่สีน้ำตาล  ฝักยาวแบนหัวท้ายแหลม  รูปขอบขนาน  เมล็ดมีจำนวนมาก สีขาวใส  รูปร่างแบนมีปีกเป็นเยื่อบางใส  
        ดอกปีบตากแห้ง นำมาชงใส่น้ำร้อนดื่มเป็นชา  ดอกมีสรรพคุณทางยาช่วยรักษาไซนัสอักเสบ ช่วยรักษาอาการหอบหืด หอบเหนื่อย ทำให้ระบบการหายใจดียิ่งขึ้น  เนื้อไม้ของต้นปีบมีสีขาวอ่อน สามารถเลื่อยหรือไสกบเพื่อตกแต่งให้ขึ้นเงาได้ง่าย จึงเหมาะแก่การนำมาใช้ทำเป็นเครื่องเรือน   คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นปีบไว้ประจำบ้านจะทำให้เก็บเงินเก็บทองได้มาก เพราะ ปีบ คือ ภาชนะที่ใช้ในการบรรจุของ ดังนั้นคนไทยโบราณเรียกภาชนะใส่ของที่มีค่าว่า ปีบเงิน ปีบทอง สามารถทำให้มีชื่อเสียงโด่งดัง เพราะปีบมีลักษณะแข็งและโปร่ง เวลาเคาะหรือตีจะเกิดเสียงดังไปไกล